About Me
วันพุธที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2555
อันดับที่ 2
เครน คอร์โซ่ (Cane Corso) เป็นสุนัขสายพันธุ์พื้นเมืองของอิตาลี ลักษณะภายนอกมองดูคล้ายกับสุนัข นโปเลียน มัสตีฟ สุนัข เครน คอร์โซ่ ถือเป็นสุนัขพันธุ์ใหญ่อีกสายพันธุ์หนึ่งที่มีความซื่อสัตย์ต่อเจ้าของอย่าง มาก ในบ้านเราก็มีการเลี้ยงสุนัขพันธุ์นี้อยู่บ้าง แต่ปริมาณน้อยมาก การจะเลี้ยงสุนัข เครน คอร์โซ่ ไว้ในบ้านสักหนึ่งตัวนั้น หากสถานที่เลี้ยงเป็นห้องชุดหรือเป็นทาวน์เฮ้าส์คงไม่เหมาะที่จะเลี้ยงสุนัข พันธุ์นี้อย่างแน่นอน เพราะเป็นสุนัขพันธุ์ใหญ่ เมื่อโตเต็มที่ เครน คอร์โซ่ จะมีความสูงประมาณ 80 เซนติเมตร น้ำหนักประมาณ 45 กิโลกรัม ดังนั้น จึงจำเป็นต้องใช้พื้นที่ในการวิ่งออกกำลังกายค่อนข้างมาก หากบ้านเป็นพื้นที่ที่มีทุ่งหญ้ากว้างหรือใกล้ชายหาดจะมีความเหมาะสมเป็น อย่างมาก เพราะ เครน คอร์โซ่ เป็นสุนัขที่ชอบว่ายน้ำเพื่อแสดงออกโดยการใช้พลังในตัวอย่างเต็มที่
อันดับที่ 3
นัข พันธุ์นี้ ก็เป็นสุนัขพันธุ์ใหญ่อีกชนิดหนึ่งที่จะนำมาเล่าสู่กันฟัง โดยเริ่มต้นจากนิสัยกันเลยดีกว่า เพราะเจ้าสุนัขพันธุ์ โดโก้ อาร์เจนติโน (DOGO Argentino) นั้นถ้าเทียบแล้วจะเป็นเป็นเพื่อนที่วิเศษมากอีกสายพันธุ์หนึ่งเลยทีเดียว โดยพื้นฐานแล้วนั้น สุนัขพันธุ์ โดโก้ อาร์เจนติโน (DOGO Argentino) จะเป็นมิตรที่ดี และจะคอยปกป้องเจ้าของ และที่สำคัญยังเข้ากับเด็ก ๆ ได้ดีอีกด้วย สุนัขพันธุ์ โดโก้ อาร์เจนติโน (DOGO Argentino) นี้ ได้มีการพัฒนาขึ้นในเรื่องของจิตใจที่มั่นคง และแน่วแน่ พร้อมทั้งรูปร่างลักษณะที่ใหญ่โต ล้วนแต่มีกล้ามเนื้อเป็นมัด ๆ สุนัขพันธุ์ โดโก้ อาร์เจนติโน (DOGO Argentino) จึงเหมาะสมอย่างยิ่งที่จะเลี้ยงไว้เพื่อปกป้องเจ้าของและสถานที่ โดยดูจากรูปร่างและพละกำลังของเค้า จึงเหมาะที่จะเป็นนักล่าอีกด้วย
อันดับที่ 4
หมา เฝ้ายามยอดเยี่ยม เป็นหมาสงบ เชื่อฟังเจ้าของ ฉลาด มีสัญชาติญานเฝ้าระวังสูง รักเด็กอีกต่างหาก ตัวจริง ๆ เป็นหมาตัวโต นิสัยนุ่มนิ่มน่ารักเหมือนตุ๊กตาหมี ฉลาดมาก สอนง่าย สอนทริกใหม่ ๆ ไม่เกินสิบ-สิบห้านาทีก็ทำได้ ขี้เล่น ร่าเริง ใจดีกับคนแก่ เด็กและลูกหมาเล็ก ๆ เล่นกับหมาตัวอื่นได้ทุกตัว ไม่เคยออกอาการก้าวร้าว รักและหวงเจ้าของมาก เวลาไปเดินเล่นในป่าแบบไม่มีสายจูง จะไม่วิ่งหายไปไหนและไม่ยอมให้เจ้าของคลาดสายตา สภาพแวดล้อมที่เหมาะกับหมาพันธุ์นี้คือบ้านที่มีพื้นที่สนามกว้างพอที่จะให้ หมานั่งเฝ้านอนเฝ้า ข้อควรระวัง ไม่ใช่หมาสำหรับมือใหม่หัดเลี้ยงด้วยประการทั้งปวง เพราะตัวใหญ่ แรงเยอะ และฉลาดมาก ถ้าเลี้ยงไม่ถูกต้องหรือเจ้าของไม่ทำหน้าที่จ่าฝูง หมาจะกลายเป็นหมาก้าวร้าวและสร้างปัญหาให้กับคนอื่นได้ ห้ามลงโทษหมาด้วยการตีอย่างเด็ดขาด เพราะหมามันจะนึกว่าเราเล่นด้วยแล้วมันก็จะเล่นแรง ๆ ตอบกลับมา วิธีดีที่สุดที่จะฝึกหมาใหญ่แรงเยอะคือเพิกเฉยกับพฤติกรรมที่เราไม่ต้องการ และให้รางวัลกับพฤติกรรมที่ถูกต้อง
อันดับที่ 5
หมา พันธุ์นี้ เป็นผลผลิตของกองทัพแดงครับ พวกเขาสร้างมันขึ้นมาเพื่อใช้งาน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องการให้มันทำหน้าที่เป็นยาม คอยข่มขวัญให้คนกลัว อะไรทำนองนั้น เพราะมันตัวใหญ่ดี ขณะเดียวกันมันก็ไม่งุ่มง่ามเหมือนหมาตัวใหญ่ๆทั้งหลายแหล่ มันก็เลยได้ชื่อว่า Watchdog โดยพวกเขาผสมมันขึ้นมาจากหมาเซ็นต์ เบอร์นาร์ด ที่เด่นในเรื่องของตัวโต และความสุภาพอ่อนโยน กับคอเคเชี่ยน เซฟเฟิร์ด ที่เด่นเรื่องความมุ่งมั่น รอบคอบ และดุร้าย และ รัสเซี่ยน สป็อต ฮาวน์ด แต่ถ้าดูลักษณะภายนอก รากเหง้าของมันที่เห็นเด่นชัดก็น่าจะเป็น เซ็นต์เบอร์นาร์ด เพราะมันตัวใหญ่มาก หนักระหว่าง 45 - 68 กิโลกรัม และสูงได้ถึงเกือบ 70 เซ็นติเมตร ที่ต่างจากเซ็นต์เบอร์นาร์ดก็คือมันต้องการการออกกำลังอย่างมาก
อันดับที่ 7
สุนัข พันธุ์นี้อาจเรียกอีกชื่อ หนึ่งว่า PYRENEAN MOUNTAIN DOG เป็นสุนัขที่ได้รับ เกียรติอย่างสูงจากชาวฝรั่งเศส มีผู้พบฟอสซิลของสุนัขพันธุ์นี้ซึ่ง สันนิษฐานว่าเกิดในยุค ทองเหลือง หรือ ประมาณปี 1800-1000 BC.มีผู้สันนิษฐาน ว่าสุนัขพันธุ์นี้มีถิ่นกำเนิดใน ทวีปเอเซีย แล้วแพร่เข้าไปในยุโรปโดยพ่อค้าชาวอารยัน ใน สมัยก่อนทหารชาวฝรั่งเศส นิยมใช้สุนัขพันธุ์ นี้เป็นสุนัขอารักขาด้วย และในช่วงสงคราม โลกครั้งที่ 1 ยังได้นำสุนัข พันธุ์นี้ไปใช้ลาก เลื่อน และกิจกรรมต่าง ๆ ในบริเวณชายแดน ของฝรั่งเศสและสเปน
อันดับที่ 8
Rottweiler
รอตต์ ไว เลอร์ เป็นหนึ่งในสายพันธุ์พันธุ์ที่เก่าแก่ที่สุด เนื่องจากที่มีมาตั้งแต่ยุคโรมัน สุนัขเหล่านี้ถูกใช้เป็นสุนัขเฝ้าหรือไล่ต้อนฝูงสัตว์รอตต์ไวเลอร์ ต้องเดินข้ามเทือกเขาแอลป์พร้อมกับกองทหารโรมันขนาดใหญ่ เพื่อคอยปกป้องคนและไล่ต้อนฝูงปศุสัตว์ ต้นของศตวรรษที่ 20 ได้มีการนำสุนัขสายพันธุ์ต่างๆ มาทดสอบเพื่อใช้ในงานของตำรวจและรอตต์ไวเลอร์ ก็เป็นที่ยอมรับว่าเป็นสายพันธุ์ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับภาระกิจนี้และเพราะ ฉะนั้นสายพันธุ์นี้จึงได้รับการรับรองให้ใช้เป็นสุนัขตำรวจใน 1910อย่างเป็นทางการ
อันดับที่ 9
โด เบอร์แมน หรือ โดเบอร์แมนน์ มีถิ่นกำเนิดในเยอรมันในศตวรรษที่ 19 นายฮอร์ ลูอิส โดเบอร์แมนน์ อาศัยย่ในเมืองอพอลโด(เยอรมันตะวันออก)ในอาณาจักรของเธอริงเจนเขารับราชการ เป็นผู้เก็บภาษีที่มีสุนัขคอยดินตามปกป้องเขา นายฮอร์โดเบอร์แมนน์ต้องการสุนัขเฝ้ายามที่ปราศจากความกลัวจึงเริ่มต้นคัด เลือกสุนัขเพื่อทำการเพาะพันธุ์ให้ได้สุนัขตามที่เขาต้องการ ไม่มีใครรู้แน่ว่าเขาผสมโดยใช้สายันธุ์ใดบ้างแต่ได้ยินว่าอาจเป็นเกรตเดน เยอรมันเชพเพิร์ดสายดั้งเดิมไม่ใช่เยอรมัน เชพเพิร์ดที่เรารู้จักในปัจจุบัน) ไวมาราเนอร์ แมนเชสเตอร์เทอร์เรีย์เกรยฮาวนด์และพันธุ์อื่นๆ อีกมากมายลอดชีวิต60 ปีกับการผสมข้ามสายพันธุ์นายเฮอร์โดเบอร์แมนน์ ประสบความสำเร็จอย่างมากในการคัดเลือกสายพันธุ์เพื่อใช้เป็นสุนัขเฝ้ายามที่ ต้องการหน่วยเมริกันมารีนส์รู้จักโดเบอร์แมน กันในนาม"สุนัขปีศาจ"และใช้มันเป็นสัญลักษณ์ของหน่วยในช่วงสงครามโลกครั้ง ที่ 2 ในแปซิฟิค โดยถูกนำขึ้นฝั่งพร้อมกับทหารเรือเพื่อไล่ล่าศัตรู
อันดับที่ 10
The German Shepherd
มี ถิ่นกำเนิด ในประเทศเยอรมันมีชื่อเรียก อีกอย่างหนึ่งว่า "อัลเชเชี่ยน" เป็นสุนัขที่ถูกพัฒนาทั้งทาง ด้านโครงสร้างและจิตใจให้มี ความพร้อมในการทำงานได้ อย่างดีเยี่ยม เป็นสุนัขที่มี พละกำลังมาก ขณะยืนครอบ คลุมพื้นที่ได้มาก ช่วงก้าว ยาวทำให้สามารถเดิน-วิ่งใน ระยะทางไกล ๆ ได้ เป็นสุนัข ที่ประกอบด้วยกล้ามเนื้อการ เดินการวิ่งมีความสัมพันธ์ ต่อเนื่องกันไม่ว่าขณะยืน หรือเคลื่อนที่มีความสง่างาม ปัจจุบันสุนัขพันธุ์นี้เป็นที่ นิยมเลี้ยงกันอย่างแพร่หลาย ทั่วโลก สามารถปรับตัวเข้ากับสภาวะอากาศแบบต่าง ๆ ได้ นิยมใช้ในกิจกรรมของทหาร ตำรวจ รักษาความปลอดภัย ตลอดจนเฝ้าบ้านหรือนำทางคนตาบอด อุปนิสัย ฉลาด กล้าหาญ มีจิตใจมั่นคง ไม่ตื่นตกใจง่าย แม้แต่เสียงปืน จึงเป็นสุนัขที่นิยมฝึกใช้ใน การสงครามหรือสำราจมากที่สุด ส่วนหัว มีความสง่างาม ดูมั่นคงแข็งแรง เพศผู้จะมีส่วนหัวที่มีลักษณะเข้มแข็ง น่าเกรงขามกว่า เพศเมีย หัวกะโหลกจะเชื่อมต่อกับปากอย่างกลมกลืนกัน ส่วนหัวมีขนาดสัมพันธ์กับขนาดของลำตัว
มี ถิ่นกำเนิด ในประเทศเยอรมันมีชื่อเรียก อีกอย่างหนึ่งว่า "อัลเชเชี่ยน" เป็นสุนัขที่ถูกพัฒนาทั้งทาง ด้านโครงสร้างและจิตใจให้มี ความพร้อมในการทำงานได้ อย่างดีเยี่ยม เป็นสุนัขที่มี พละกำลังมาก ขณะยืนครอบ คลุมพื้นที่ได้มาก ช่วงก้าว ยาวทำให้สามารถเดิน-วิ่งใน ระยะทางไกล ๆ ได้ เป็นสุนัข ที่ประกอบด้วยกล้ามเนื้อการ เดินการวิ่งมีความสัมพันธ์ ต่อเนื่องกันไม่ว่าขณะยืน หรือเคลื่อนที่มีความสง่างาม ปัจจุบันสุนัขพันธุ์นี้เป็นที่ นิยมเลี้ยงกันอย่างแพร่หลาย ทั่วโลก สามารถปรับตัวเข้ากับสภาวะอากาศแบบต่าง ๆ ได้ นิยมใช้ในกิจกรรมของทหาร ตำรวจ รักษาความปลอดภัย ตลอดจนเฝ้าบ้านหรือนำทางคนตาบอด อุปนิสัย ฉลาด กล้าหาญ มีจิตใจมั่นคง ไม่ตื่นตกใจง่าย แม้แต่เสียงปืน จึงเป็นสุนัขที่นิยมฝึกใช้ใน การสงครามหรือสำราจมากที่สุด ส่วนหัว มีความสง่างาม ดูมั่นคงแข็งแรง เพศผู้จะมีส่วนหัวที่มีลักษณะเข้มแข็ง น่าเกรงขามกว่า เพศเมีย หัวกะโหลกจะเชื่อมต่อกับปากอย่างกลมกลืนกัน ส่วนหัวมีขนาดสัมพันธ์กับขนาดของลำตัว
ชิวาวา
ลักษณะทั่วไป = เป็นสุนัขขนาดเล็กมีการเคลื่อนไหวคลอ่งแคล่ววอ่งไวมีการแสดงออกที่น่ารักโครงสร้างกระชับสมสว่น
ขนาดสัดสว่น = น้ำหนักถ้าจะให้สมดุลกับสุนัขขนาดเล็กไม่ควรเกิน6ปอนด์ลำตัวเป็นรูปสี่เหลี่ยมคอ่นข้างยาว(เมื่อวัดจากไหล่ไปยังตะโพก)กว่าความสูงเมื่อวัดจากตะโพกไปยังพื้น
ศรีษะ = กลมคล้ายลูกแอปเปิ้ลตั้งกลับหัวผิวหนังบริเวณกรามและแก้มควรตอบแนบติดกับกระดูก
หู = ใบหูควรมีขนาดใหญ่ปลายหูคอ่นข้างแหลมเวลาตื่นตัวใบหูควรตั่งชันในยามปกติใบหูทั้ง2ข้างควรตั่งถ่างออกจากกันโดยฐานใบหูทำมุม45องศากับกระโหลกศรีษะ
ตา = ตาโตแต่ไม่ควรโปนออกมามากตาทั้งสองข้างควรมีขนาดเท่ากันและอยู่ในตำแหน่งที่ห่างจากกันในระดับพอเหมาะนัยน์ตาควรมีสีดำสนิทส่องประกายแวววาว
จมูกปาก = จมูกปากควรสั้นปลายปากคอ่นข้างกลมสีของจมูกอาจเป็นสีน้ำตาลหรือดำสำหรับชิวาวาที่มีขนสีครีมออกเหลืองหากจมูกมีสีชมพูอนุโลมได้
ฟัน = ฟันหน้าควรขบกันได้สนิทเหมือนกรรไกรถ้าฟันบนยื่นออกมามากหรือฟันล่างยื่นออกมามากไม่เป็นที่ยอมรับ
คอและหัวไหล = ลำคอควรมีลักษณะเป็นเส้นโค้งสวยงามลาดเทเข้าหาไหล่เล็กน้อยสำหรับชิวาวาขนสั้นความสวยงามของลำคอสำคัณมากเนื่องจากมองเห็นได้อย่างชัดเจนสว่นชิวาวาขนยาวขนบริเวณลำคอควรยาวแต่ไม่ถึงกับยาวและดกหนามากหัวไหลที่ดีควรมีลักษณะราบเรียบและค่อยๆขยายออกกว้างรับกับขาหน้าทั้ง2ข้างกระดูกหัวไหล่ควรลาดเทลงหาแผ่นหลัง
แผ่นหลังและลำตัว = แผ่นหลังควรมีลักษณะเป็นเส้นตรงขนานกับพื้นความยาวของลำตัวมีมากกว่าความสูงเล็กน้อยโดยปกติชิวาวาเพศผู้จะมีลำตัวสั้นกว่าเพศเมียโครงสร้างลำตัวมีลักษณะค่อนข้างกลมไม่แบนแต่ไม่กลมเหมือนถังเบียร์
ลำตัวครึ่งท่อนหลัง = จะตอ้งเต็มไปดว้ยมัดกล้ามเนื้อข้อศอกขาหลังเวลายืนตั้งอยู่ห่างจากกันในระดับพอเหมาะข้อศอกไม่ควรบิดเข้าหากันเวลาสุนัขเดินหรือวิ่งดูแข็งแกร่งเท้าไม่ปัด
หาง = ต้องยาวพอเหมาะหางควรตั้งและมีลักษณะโค้งคล้ายหางของสุนัขพันธุ์ไทยหางดาบในกรณีที่สุนัขมีหางมว้นอนุโลมให้ปลายหางมว้นแตะแผ่นหลังได้แต่ห้ามเลยระดับแผ่นหลังลงมา
ขาและเท้า = ขาควรเหยียดตรงและตั้งขนานกันอุ้งเท้าควรมีขนาดเล็กนิ้วเท้าแยกออกจากกันแต่ไม่ถึงกับกางแบะออกเหมือนตีนเป็ด
สีขน = สีขนมีได้ไม่จำกัดอาจเป็นสีเดียวทั้งตัวหรือมีมาร์คกิ้งหรือมีสีต่างๆได้
น้ำหนัก = น้ำหนักที่เหมาะสมไม่ควรเกิน6ปอนด์หรือประมาณ2.73กิโล
ขนาดสัดสว่น = น้ำหนักถ้าจะให้สมดุลกับสุนัขขนาดเล็กไม่ควรเกิน6ปอนด์ลำตัวเป็นรูปสี่เหลี่ยมคอ่นข้างยาว(เมื่อวัดจากไหล่ไปยังตะโพก)กว่าความสูงเมื่อวัดจากตะโพกไปยังพื้น
ศรีษะ = กลมคล้ายลูกแอปเปิ้ลตั้งกลับหัวผิวหนังบริเวณกรามและแก้มควรตอบแนบติดกับกระดูก
หู = ใบหูควรมีขนาดใหญ่ปลายหูคอ่นข้างแหลมเวลาตื่นตัวใบหูควรตั่งชันในยามปกติใบหูทั้ง2ข้างควรตั่งถ่างออกจากกันโดยฐานใบหูทำมุม45องศากับกระโหลกศรีษะ
ตา = ตาโตแต่ไม่ควรโปนออกมามากตาทั้งสองข้างควรมีขนาดเท่ากันและอยู่ในตำแหน่งที่ห่างจากกันในระดับพอเหมาะนัยน์ตาควรมีสีดำสนิทส่องประกายแวววาว
จมูกปาก = จมูกปากควรสั้นปลายปากคอ่นข้างกลมสีของจมูกอาจเป็นสีน้ำตาลหรือดำสำหรับชิวาวาที่มีขนสีครีมออกเหลืองหากจมูกมีสีชมพูอนุโลมได้
ฟัน = ฟันหน้าควรขบกันได้สนิทเหมือนกรรไกรถ้าฟันบนยื่นออกมามากหรือฟันล่างยื่นออกมามากไม่เป็นที่ยอมรับ
คอและหัวไหล = ลำคอควรมีลักษณะเป็นเส้นโค้งสวยงามลาดเทเข้าหาไหล่เล็กน้อยสำหรับชิวาวาขนสั้นความสวยงามของลำคอสำคัณมากเนื่องจากมองเห็นได้อย่างชัดเจนสว่นชิวาวาขนยาวขนบริเวณลำคอควรยาวแต่ไม่ถึงกับยาวและดกหนามากหัวไหลที่ดีควรมีลักษณะราบเรียบและค่อยๆขยายออกกว้างรับกับขาหน้าทั้ง2ข้างกระดูกหัวไหล่ควรลาดเทลงหาแผ่นหลัง
แผ่นหลังและลำตัว = แผ่นหลังควรมีลักษณะเป็นเส้นตรงขนานกับพื้นความยาวของลำตัวมีมากกว่าความสูงเล็กน้อยโดยปกติชิวาวาเพศผู้จะมีลำตัวสั้นกว่าเพศเมียโครงสร้างลำตัวมีลักษณะค่อนข้างกลมไม่แบนแต่ไม่กลมเหมือนถังเบียร์
ลำตัวครึ่งท่อนหลัง = จะตอ้งเต็มไปดว้ยมัดกล้ามเนื้อข้อศอกขาหลังเวลายืนตั้งอยู่ห่างจากกันในระดับพอเหมาะข้อศอกไม่ควรบิดเข้าหากันเวลาสุนัขเดินหรือวิ่งดูแข็งแกร่งเท้าไม่ปัด
หาง = ต้องยาวพอเหมาะหางควรตั้งและมีลักษณะโค้งคล้ายหางของสุนัขพันธุ์ไทยหางดาบในกรณีที่สุนัขมีหางมว้นอนุโลมให้ปลายหางมว้นแตะแผ่นหลังได้แต่ห้ามเลยระดับแผ่นหลังลงมา
ขาและเท้า = ขาควรเหยียดตรงและตั้งขนานกันอุ้งเท้าควรมีขนาดเล็กนิ้วเท้าแยกออกจากกันแต่ไม่ถึงกับกางแบะออกเหมือนตีนเป็ด
สีขน = สีขนมีได้ไม่จำกัดอาจเป็นสีเดียวทั้งตัวหรือมีมาร์คกิ้งหรือมีสีต่างๆได้
น้ำหนัก = น้ำหนักที่เหมาะสมไม่ควรเกิน6ปอนด์หรือประมาณ2.73กิโล
ชิวาวา
ปอมเมอเรเนียน
สุนัขพันธุ์ปอมเมอเรเนียนนั้น ด้วยรูปลักษณ์ภายนอกที่ดึงดูดใจ น่ารัก และน่าหลงใหล ตามสไตล์ สวย เริด เชิด ขนฟู ๆ ตัวเล็กพองาม เยื้องย่างดั่งนางพญา ดวงตาที่ดูสดใสบ้องแบ้วเหมือนเด็กน้อยบวกกับหน้าตาที่ดูคล้ายตุ๊กตาหมี เป็นสุนัขที่มีขนาดเล็กกะทัดรัด นิสัยที่ตื่นตัวเสมอ ว่องไว ปราดเปรียว เฉลียวฉลาด อยากรู้อยากเห็น และดูสง่างาม หางที่สวยงามลักษณะขนเป็นพวง ปอมเมอเรเนียนเป็นสุนัขที่ค่อนข้างรู้ใจมนุษย์ รู้ว่ามนุษย์มีอารมณ์และความรู้สึกอย่างไร ทำให้ผู้เลี้ยงปอมเมอเรเนียนต่างติดใจในบุคลิกและนิสัยของมัน
มาตราฐานสายพันธุ์ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์แบบขำๆ
สุนัขพันธุ์ใช้งานตัวเก่งของวงการตำรวจ นั่นคือ "ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์" บ่อยครั้งที่เราจะเห็นสุนัขพันธุ์นี้ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยเจ้าหน้าที่ในการตรวจค้นหาวัตถุต้องสงสัยอยู่เสมอ…นั่นเป็นเพราะสุนัขพันธุ์นี้มีความสามารถในการดมกลิ่นดีเยี่ยม อีกทั้งมีนิสัยเชื่อฟังคำสั่ง ทำให้ฝึกได้ง่าย และที่สำคัญ ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์ เป็นมิตรกับคนและสัตว์อื่น จึงเหมาะกับการทำงานท่ามกลางฝูงชน
ลักษณะนิสัยของเจ้าสปิต
อารมณดี ,ฉลาด, คึกคะนอง, ทะเล้นและขี้เล่น มีการเตรียมพร้อมที่จะเป็นสุนัขเฝ้าบ้านที่ดีเยี่ยม สายพันธุ์นี้จะสามารถฝึกหัดได้ดีมาก สุนัขพันธุ์สปิทซ์ญี่ปุ่นยังสามารถอยู่ร่วมกับสุนัขพันธุ์อื่น ๆ และสัตว์ได้เป็นอย่างดี เมื่ออยู่ในครอบครัวสุนัขพันธุ์นี้เป็นที่รักใคร่ของคนในบ้านมาก และยังสามารถช่วยเยียวยาผู้ป่วยได้อีกด้วย
สุนัขสายพันธุ์สปิตญี่ปุ่น
สปิทซ์ญี่ปุ่นเป็นสุนัขสายพันธุ์สุนัขที่ได้มาจากประเทศญี่ปุ่นและถูกนำเข้าไปยังประเทศในช่วงทศวรรษ 1920 ซึ่งเป็นผลมาจากกระบวนการข้ามพันธุ์ระหว่างสุนัขพันธุ์ที่แตกต่างกันระหว่างสุนัขพันธุ์เยอรมันสีขาว, อเมริกันเอสกิโม, Samoyed ไซบีเรียและสุนัขพันธุ์รัสเซีย
สิ่งที่โกลเด้น รีทรีฟเวอร์ต้องการ
ถ้าจะถามว่าโกลเด้น รีทรีฟเวอร์ต้องการอะไรจากเจ้าของบ้าง คำตอบแรกก็คือความใส่ใจ เพราะเจ้าโกลเด้นเป็นสุนัขที่ต้องการความใส่ใจเป็นพิเศษจนถึงขนาดเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต เจ้าของเลยทีเดียว แน่นอนว่าพวกมัน ต้องการที่จะออกไปวิ่งเล่นในสวนรอบๆ บ้าน แต่มันก็ต้องการให้เจ้าของออกไปเล่นกับมันด้วย และหากคุณเคยออกไปใช้ชีวิต กลางแจ้งร่วมกับมันละก็ เชื่อได้เลยว่ามันกำลัง เฝ้ารอการได้ออกไปใช้ชีวิต กลางแจ้งร่วมกันคุณอีกครั้ง
การเกาคางหรือลูบหลังลูบไหล่ เป็นสิ่งที่โกลเด้นต้องการเป็นลำดับถัดมา เพราะนั่นเป็นการสื่อภาษาทางร่างกายว่าคุณรักและเอาใจใส่พวกมันอยู่เสมอ และจะยิ่งทำให้พวกมันรักและบูชาคุณมากยิ่งขึ้น
การออกกำลังกายเป็นสิ่งที่โกลเด้น รีทรีฟเวอร์ต้องการอย่างสม่ำเสมอ วิธีการออกกำลังที่เหมาะสมก็คือการพาเดิน การปล่อยให้วิ่ง หรือการโยนสิ่งของออกไปไกลๆ เพื่อให้ไปคาบกลับมา รวมทั้งการว่ายน้ำในกรณีที่มีแอ่งน้ำที่สะอาดและปลอดภัยด้วย (บางบ้านปล่อยให้ลงไปในสระว่ายน้ำด้วยค่ะ)
อาหารที่โกลเด้น รีทรีฟเวอร์ขนาดโตเต็มวัยต้องการควรเป็นอาหาร ในระดับซุปเปอร์พรีเมี่ยมโดยให้เพียงวันละ 1 ครั้งในปริมาณที่เพียงพอ และในระหว่างวันอาจให้บิสกิตเสริมได้วันละ 2 ครั้ง
บริเวณสำหรับนอนเป็นอีกส่วนหนึ่งที่โกลเด้นต้องการ ผ้าปูรองนอนนุ่มๆ หาของเล่นส่วนตัวสักชิ้นสองชิ้นที่มันสามารถกัดแทะได้ เช่น กระดูกเทียม หรือลูกบอลยางวางไว้รอบตัวให้มันด้วย จะช่วยให้โกลเด้นมีที่สงบและปลอดภัยสำหรับ ช่วงเวลาที่พวกมันต้องการความเป็นส่วนตัวและต้องการพักผ่อน
สิ่งสุดท้ายที่เจ้าของสามารถตอบสนองความต้องการให้แก่โกลเด้นได้ก็คือการพาเจ้า โกลเด้นไปพบสัตวแพทย์เป็นประจำเพื่อฉีดวัคซีนที่จำเป็น รวมทั้งเช็คร่างกาย ว่าปราศจากพยาธิ และโรคภัยต่างๆ
นอกจากนี้ เจ้าของยังสามารถช่วยดูแลเรื่องความสะอาดภายในใบหู ดูแลเรื่องเห็บและหมัด รวมทั้งตัดเล็บให้มันอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้วิ่งและกระโดดง่ายขึ้น หากคุณสามารถดูแลในสิ่งพื้นฐานที่โกลเด้น รีทรีฟเวอร์ต้องการจากคุณได้แล้ว คุณอาจประหลาดใจก็ได้ว่า เจ้าสิ่งมีชีวิตตัวนี้สามารถสร้างความรัก ความผูกพันและความประทับใจให้กับคุณได้อย่างคาดไม่ถึงทีเดียว
โกลเด้น รีทรีฟเวอร์
นิสัยของเจ้าโกลเด้น รีทรีฟเวอร์
โกลเด้น รีทรีฟเวอร์เป็นสุนัขที่ชอบอยู่ใกล้ชิดกับคน เมื่อเจอคนแปลกหน้ามันมักจะกระดิกหางวิ่งเข้าไปต้อนรับด้วยท่าทางดีใจราวกับว่าได้พบ เพื่อนเก่าที่ไม่ได้เจอกันมานาน สุนัขพันธุ์นี้จึงไม่เหมาะอย่างยิ่งที่คุณจะนำมาใช้เฝ้าบ้าน เพราะมันไม่มีลักษณะนิสัยที่ก้าวร้าวต่อคนแปลกหน้า แม้บางครั้งโกลเด้น รีทรีฟเวอร์จะเห่าเสียงดังเมื่อคนแปลกหน้าล่วงล้ำเข้ามาในอาณาเขต แต่ลักษณะการสะบัดหางด้วยท่าทีเป็นมิตร จะทำให้คนแปลกหน้าที่คุ้นเคยกับสุนัข มาก่อนทราบว่ามันเห่าด้วยความดีใจ มากกว่าที่จะเห่าไล่หรือตรงเข้าไปทำร้าย
โกลเด้น รีทรีฟเวอร์ชอบที่จะเป็นศูนย์กลางการเอาใจใส่จากเจ้าของ บาง ครั้งเมื่อเจ้าของสาละวนอยู่กับแก้วน้ำในมือ เจ้าโกลเด้นอาจจะใช้ปากพลิกแก้วน้ำ ให้น้ำหกรดจมูกของมันเพื่อให้เจ้าของหันมาสนใจที่ตัวมันมากกว่าที่แก้วน้ำ สุนัขพันธุ์นี้มักคิดว่าตัวเองเป็นเพื่อนสนิทของเจ้าของ และคิดว่ามันเป็นมนุษย์คนหนึ่ง เหมือนกัน เห็นได้จากการที่มันมักจะกระโดดขึ้นไปวางท่านั่ง หรือนอนบนเก้าอี้หรือโซฟา ด้วยทีท่าเหมือนกับคน พฤติกรรมเหล่านี้เป็นเสน่ห์พิเศษ ที่ทำให้เจ้าของหลงรัก และมองว่าเป็นความน่ารักเฉพาะตัวของเจ้าโกลเด้น รีทรีฟเวอร์ ที่ไม่มีสุนัขพันธุ์ไหน ทำได้เหมือน
โกลเด้น รีทรีฟเวอร์ เป็นสุนัขที่ชอบใช้ชีวิตอย่างสนุกสนาน รักการผจญภัย และมีความอยากรู้อยากเห็นเหมือนเด็กๆ มันชอบกระโดดไปตามที่ต่างๆ ยืดตัวขึ้นสูงเพื่อชะโงกดูว่ามีอะไรอยู่บนเคาน์เตอร์ หรือเดินพิสูจน์กลิ่น ไปตามสุมทุมพุ่มไม้รอบบ้าน และเป็นนักขุดที่ทำให้สนามเป็นหลุมเป็นบ่อไปทั่ว ทั้งนี้ก็เพื่อสนองความอยากรู้อยากเห็นของตัวมันนั่นเอง
โกลเด้น รีทรีฟเวอร์บางตัวมีพฤติกรรมที่คุณอาจจะเห็นว่าแปลกสักหน่อย คืองับแขนเจ้าของแล้วดึงไปข้างหน้า เพื่อพาเจ้าของไปยังที่ต่างๆ ที่มันอยากพาไปเพื่อให้เจ้าของได้มีส่วนร่วมในการผจญภัยของมันด้วย
โกลเด้น รีทรีฟเวอร์เป็นสุนัขที่มีต้นกำเนิดมาเพื่อล่าสัตว์ที่อยู่ริมน้ำ ดังนั้นบุคลิก ที่โดดเด่นอีกอย่างหนึ่งของมันคือชอบลงไปในบริเวณที่มีน้ำขังอยู่ ไม่ว่าจะเป็นสระว่ายน้ำ กระถางบัว บ่อปลา หรือแม้แต่ชามใส่น้ำของตัวมันเอง เรามักเห็นโกลเด้นเดินไป เพื่อเอาเท้าข้างหนึ่งหรือทั้งสองข้างวางลงในชามใส่น้ำพร้อมกับเลียน้ำขึ้นดื่ม และเมื่อเจ้าของดุเมื่อมันทำให้พื้นบ้านเปียกแฉะไปด้วยน้ำ มันก็มักจะทำทีท่าเหมือน กับว่าได้รับชัยชนะในการเล่นซน และไม่มีความรู้สึกผิดใดๆ ที่ได้ทำอย่างนั้น ในกรณีที่พื้นบ้านของคุณไม่เหมาะกับการเปียกน้ำตลอดวัน ขอแนะนำให้วางชามใส่น้ำไว้บนขาตั้งที่มันไม่สามารถแหย่เท้าลงไปได้ และควรมีกาละมังใส่น้ำไว้เมื่อคุณพร้อมที่จะอนุญาตให้เจ้าโกลเด้นเล่นน้ำตาม สัญชาติญาณที่มีมาตั้งแต่เกิด
ด้วยลักษณะนิสัยและความต้องการเช่นนี้ของโกลเด้น รีทรีฟเวอร์ สุนัขพันธุ์นี้ จึงไม่เหมาะอย่างยิ่งที่จะอาศัยอยู่ในเมืองที่ไม่มีสนามหรือบ่อน้ำที่จะให้พวกมัน ออกกำลังกายได้
วันพุธที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2555
คุณลักษณะที่สำคัญของคนที่คิดครอบครองพิตบูล
ต้องยอมรับว่าช่วงนี้ ชื่อของสุนัขพันธ์ อเมริกัน พิตบูล เทอร์เรีย มาแรงจริงๆ มีข่าวออกมาติดๆ ซึ่งก็ล้วนแต่เป็นข่าวในทางลบเสียเป็นส่วนใหญ่ ในแต่ละวันผมต้องตอบคำถามจากผู้ที่สนใจจำนวนไม่น้อยเลยที่สอบถามกันเข้ามา เพราะเหตุการณ์แต่ละเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มันรุนแรงและเป็นที่สนใจของผู้คนเป็นอย่างมาก แต่ในฐานะผู้ก่อตั้งเว็บ Pitbullzone เว็บที่ค่อนข้างได้รับความนิยมระดับต้นๆของประเทศไทย และเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญที่คุณจะสามารถค้นหาเรื่องราวเกี่ยวกับพิตบูลได้อย่างไม่ยาก เพราะทุกครั้งที่มีข่าวเกี่ยวกับพิตบูล ยอดคนเข้าชมเว็บจะสูงกว่าปกติสองถึงสามเท่าเลยทีเดียว ซึ่งผมก็ยินดีที่จะให้ความกระจ่างครับ แม้บางครั้งจะรู้สึกเหนื่อย เบื่อที่ต้องตอบคำถามเดิมๆซ้ำๆ แต่ก็ไม่อยากให้มีคนที่เข้าใจไปแบบผิดๆ เพราะผลกรรมมันจะไปตกอยู่ที่ตัวหมา เพราะบางคนแค่อ่านข่าวก็เตรียมที่จะทิ้งหมาเสียแล้ว มันก็จะกลายเป็นการเพิ่มปัญหา เพราะปัจจุบัน พิตบูลก็แทบจะไม่มีที่ยืนในสังคมอยู่แล้วในตอนนี้ ในหลายๆประเทศมีการสั่งทำลายและห้ามเลี้ยงไปเรียบร้อยแล้วครับ มันน่าเสียดายมากๆ พิตบูลหากใครได้สัมผัสกับมันแล้วจะทึ่งในความมหัศจรรย์ แต่ สำหรับคนที่ไม่เคยเลี้ยงพิตบูล และไม่รู้ว่าพิตบูลแตกต่างจากหมาอื่นอย่างไร เขาก็อาจจะรู้สึกเฉยๆ แต่สำหรับผมคนที่ผูกพันกับหมาพันธ์นี้ยอมรับว่ามันทำใจลำบากจริงๆครับ
วันอาทิตย์ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2555
วันพุธที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2555
อเมริกัน พิทบูลเทอร์เรีย(American Pit Bull Terrier)
อเมริกัน พิทบูลเทอร์เรีย(American Pit Bull Terrier)
มาตรฐานสายพันธุ์อย่างเป็นทางการในแบบฉบับของยูเคซี (Official U.K.C. Breed Standard)
ฉบับปรับปรุงใหม่ 1 ตุลาคม 2543 (Revised October1, 2000)
ประวัติของสุนัขพันธุ์อเมริกันพิทบูล
ในช่วงศตวรรษที่19 ผู้ที่นิยมสุนัขในประเทศอังกฤษ ไอร์แลนด์ และสก๊อตแลนด์ ได้เริ่มที่จะผสมข้ามสายพันธุ์ระหว่างบูลด๊อกตัวที่เหนียวที่สุดกับ สุนัขเทอร์เรียตัวที่กล้าหาญ ที่สุด และดีที่สุดเข้าด้วยกัน ผลจากการผสมข้ามสายนี้ในไม่ช้าก็รู้กันว่าพวกมันคือ สุนัข บูล แอนด์ เทอร์เรีย(Bull-and-Terrier) หรือพวกมันก็คืออเมริกันพิทบูลนั่นเอง เพื่อต้องการที่ จะได้สุนัขที่มีลักษณะของการล่าเหยื่อ(เกมส์)ของสุนัขพันธุ์เทอร์เรีย กับ ความแข็งแกร่ง และความปราดเปรียวที่เหมือนกับสุนัขพันธุ์บูลด๊อก ผลที่ออกมานั้นก็คือสุนัขที่ประกอบไป ด้วยความเป็นนักสู้ผู้ยิ่งใหญ่ แข็งแรง ทรหด อดทน และอ่อนโยนกับคนที่มันรัก ผลของ การอพยพปรากฏว่ามีคนได้นำสุนัข บูล แอนด์ เทอร์เรีย นี้ไปยังประเทศสหรัฐอเมริกา ผู้คนที่เป็นเกษตรกรและเจ้าของฟาร์มปศุสัตว์ได้มองเห็นความสามารถ ของสุนัขพันธุ์ อเมริกันพิทบูลและได้ใช้มันในการปกป้องทรัพย์สิน
เป็นสุนัขที่ใช้สำหรับการไล่ล่า ต้อนฝูง ปศุสัตว์(วัว หมู) รวมทั้งเลี้ยงเอาไว้เป็นเพื่อนสมาชิกในครอบครัว ปัจจุบันนี้สุนัขพันธุ์อเมริกัน พิทบูลแสดงความสามารถได้ในหลากหลายด้านด้วยกัน อย่างเช่นการฝึกให้ เชื่อฟังคำสั่ง ความสามารถในการสะกดรอย การแข่งขันเรื่องของความเร็ว (Agility) เป็นสุนัขอารักขา ความเฉลียวฉลาดในการทำกิจกรรมที่เกี่ยวกับสายพันธุ์นี้โดยเฉพาะเช่น การลากน้ำหนัก
ยูไนเต็ด เคนนัล คลับ (ยูเคซี) เป็นผู้ขึ้นทะเบียนสุนัขพันธุ์อเมริกันพิทบูลเป็นรายแรก โดยที่ ซี แซท เบ็นเน็ทท์เป็น ผู้ก่อตั้งยูไนเต็ด เคนนัล คลับ(ยูเคซี) เขาได้มอบหมายให้ ยูเคซี เป็นผู้ที่จดทะเบียนเป็นรายแรกโดยการนำพิทบูลของตนเองมากำหนดเป็นมาตรฐาน ภายใต้ชื่อ เบ็นเน็ทท์ ริง ในปี 1898
รูปร่างลักษณะทั่วไป(General Appearance)
สุนัขพันธุ์อเมริกันพิทบูล มีขนาดรูปร่างปานกลาง มีสัดส่วนที่พอดี ขนสั้นเรียบ เป็นมันเงางามและมีกล้ามเนื้อที่เด่นชัดมาก สุนัขสายพันธุ์นี้เต็มไปด้วยพละกำลังและมีความปราดเปรียวเป็นอย่างมาก และมีรูปร่างที่ค่อนข้างยาวกว่าส่วนสูง แต่ตัวเมียอาจมีรูปร่างที่ยาวกว่าตัวผู้ ความยาวของขาหน้า(วัดจากข้อศอกถึงพื้น) ประมาณครึ่งหนึ่งของความสูงของสุนัขทั่วไป หัวมีความยาวปานกลาง กว้าง ส่วนกะโหลกนั้นจะแบนเรียบและค่อนข้างจะกว้าง ประกอบด้วยขากรรไกรที่แข็งแรงและกว้างใหญ่ หูจะมีขนาดที่เล็กจนถึงปานกลาง หูตั้ง และบางทีก็อาจจะมีลักษณะที่เป็นธรรมชาติ(ไม่ได้ตัดหู) หรืออาจจะตัดหูหรือไม่ตัดหูก็ได้ หางสั้นชี้ลง โคนหางใหญ่ และเรียวเล็กลงไปถึงปลายหาง อเมริกันพิทบูลมีทุกสี และมีทุกลาย สุนัขพันธุ์นี้จะต้องปรากฏให้เห็นถึงความแข็งแกร่ง กระฉับกระเฉง สง่างามและไม่ควรที่จะเทอะทะมากไปจนกล้ามเนื้อทั้งหลายขัดขวางต่อการเคลื่อนไหวของร่างกาย ความสมดุลนั้นควรจะมีสัดส่วนที่เหมาะสมต่อกันและกัน สุนัขพันธุ์นี้ไม่ควรที่จะผอมจนเห็นกระดูก
บุคลิกลักษณะ (Characteristics)
ลักษณะเฉพาะของสุนัขพันธุ์อเมริกันพิทบูลก็คือ ความแข็งแกร่ง มีความเชื่อมั่นในตัวของมันเอง และมีชีวิตที่กระหายใคร่รู้ต่อทุกสิ่งที่อยู่รอบๆตัวมัน สุนัขพันธุ์นี้ชอบให้คนดูแลเอาใจใส่ และมีความกระตือรือร้นมาก สุนัขพันธุ์อเมริกันพิทบูลเป็นเพื่อนกับทุกคนที่อยู่ในครอบครัวได้เป็นอย่างดี และมีความรักเด็ก เนื่องจากสุนัขพันธุ์นี้ ส่วนใหญ่มักจะแสดงความก้าวร้าวกับสุนัขทั่วไป และด้วยความแข็งแรงที่แสดงให้เห็นถึงการมีพละกำลังในรูปร่างของพวกมัน ดังนั้นสุนัขสายพันธุ์นี้จึงต้องการเจ้าของที่สามารถอบรมหรือฝึกให้เชื่อฟังคำสั่งได้ ธรรมชาติของสุนัขพันธุ์นี้มีความปราดเปรียว กระฉับกระเฉงโดยธรรมชาติ ความว่องไวของสุนัขพันธุ์นี้ทำให้พวกมันเป็นหนึ่งในสุนัขที่มีความสามารถในการปีนข้ามรั้ว อเมริกันพิทบูลไม่เหมาะที่จะเลือกไว้เป็นสุนัขอารักขา(Guard dog) เนื่องจากพวกมันค่อนข้างมีอัธยาศัยที่ดีกับคนแปลกหน้า นิสัยดุดันกับคนไม่ใช่บุคลิกลักษณะของพวกมัน สุนัขพันธุ์นี้มีความสามารถในหลากหลายด้าน เพราะมีความฉลาดมากเป็นพิเศษ รวมทั้งความกระตือรือร้นในการที่จะทำงาน สุนัขพันธุ์อเมริกันพิทบูลมีความสามารถในการทำสิ่งต่างๆได้เป็นอย่างดี หากแต่ว่าข้อบกพร่องของสุนัขสายพันธุ์นี้ ได้ตัดคะแนนความนิยมและความสามารถของมัน
หัว (Head)
หัวของสุนัขอเมริกันพิทบูลนับได้ว่ามีเอกลักษณ์ที่โดดเด่น หัวของอเมริกันพิทบูลจะต้องมีกะโหลกใหญ่ และกว้าง ซึ่งให้ความรู้สึกได้ถึงความมีพละกำลังที่แข็งแรง แต่ว่าหัวของสุนัขพันธุ์นี้ไม่ได้สัดส่วนกับขนาดรูปร่างของมัน เมื่อมองดูจากด้านหน้า หัวของอเมริกันพิทบูลจะมีลักษณะคล้ายลิ่ม กว้าง ทู่ แต่เมื่อมองดูจากด้านข้าง กะโหลกและปากของมันจะขนานกัน และมีตำแหน่งจรดกันที่จุดลึกปานกลาง มีส่วนเว้าบนขอบเบ้าตา(รอยเว้าแหว่งมีได้เฉพาะบริเวณข้างลูกตา) แต่ไม่เด่นมาก หัวมีส่วนประกอบที่ชัดเจน ผสมผสานกับความแข็งแกร่ง ได้อย่างสวยงามซึ่งเป็นบุคลิกลักษณะเฉพาะตัว
หัวกะโหลก (Skull)
กะโหลกที่ใหญ่ แบน หรือค่อนข้างกลม ลึก และกว้างระหว่างตา เมื่อมองจากข้างบน กะโหลกจะเรียวไปด้านหน้า กล้ามเนื้อที่แก้มเห็นได้อย่างเด่นชัด แต่จะต้องไม่มีรอยเหี่ยวย่นบนหน้าผาก เมื่อใดที่สุนัขพันธุ์นี้อยู่ในระหว่างใจจดใจจ่อ(ตั้งใจ) รอยย่นจะปรากฏขึ้นบนหน้าผากได้ ซึ่งถือว่าเป็นเอกลักษณ์ที่น่าสนใจของสุนัขสายพันธุ์นี้
ปาก (Muzzle)
ปากกว้างและลึก โดยมีความเรียวเล็กน้อยที่ปลายจมูก และลาดลงเล็กน้อยใต้ตา ความยาวของปากสั้นกว่าความยาวของกะโหลก ในอัตราส่วนประมาณ2:3ที่ซึ่งขนานกัน เส้นบนของปากเป็นเส้นตรง ส่วนกรามล่างนั้นจะกว้างและลึก ริมฝีปากสะอาดและตึง
ข้อบกพร่อง (Faults) ปากแหลมเหมือนปากนก ปากเล็ก และกรามล่างไม่แข็งแรง
ฟัน (Teeth)
อเมริกันพิทบูลมีฟันที่สมบูรณ์ในช่วงระยะห่างที่เท่ากัน ฟันขาวที่สบกันแบบกรรไกร
ข้อบกพร่อง(Faults): ฟันบนและล่างไม่สบกันแบบกรรไกรกัน
ข้อบกพร่องที่ร้ายแรง(Serious Faults): ฟันล่างยื่นล้ำฟันบนออกมาหรือฟันบนยื่นล้ำฟันล่างออกมามากเกินไป (Undershot or Overshot) ปากเบี้ยว ฟันขาด (ไม่ครบชุด)
จมูก (Nose)
จมูกใหญ่และมีรูจมูกที่กว้าง อาจมีจมูกได้หลายสี
ตา (Eyes)
ตามีขนาดปานกลาง มีชีวิตชีวา กลมเหมือนถั่วอัลมอนด์ ตาอยู่ในตำแหน่งดี ต่ำกว่ากะโหลก ตาทุกสียอมรับได้ ยกเว้นตาสีฟ้า ที่ซึ่งถือว่าเป็นข้อบกพร่องที่ร้ายแรง และไม่ควรมองเห็นเยื่อของเปลือกตาที่ปลิ้นออกมา
ข้อบกพร่อง: ตาสีฟ้า
ข้อบกพร่องที่ร้ายแรง: ตาโปน ตาทั้งสองข้างคนละสี ตาสีฟ้า
หู (Ears)
ใบหูที่ระวังระไวและมีชีวิตชีวานั้นจะตั้งสูง อาจจะตัดหูหรือไม่ตัดหูก็ได้แล้วแต่ความชื่นชอบของแต่ละบุคคล ถ้าหูเป็นแบบธรรมชาติที่ซึ่งไม่ได้ตัดหูนั้น อาจจะพับครึ่งลงมาหรืออาจจะตั้งตรง หรือแบนเรียบ สำหรับหูที่กว้างเกินไปไม่เป็นที่ต้องการ
คอ (Neck)
คอมีความยาวปานกลาง แข็งแรงและเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ เป็นเส้นโค้งพอเหมาะบรรจบกับหลัง คอค่อยๆกว้างออกจากจุดเชื่อมกะโหลกไปถึงไหล่ มีขนคอที่แน่นตึง ไม่มีเหนียง
ข้อบกพร่อง: คอสั้นมากและหนา คอเล็กหรือไม่แข็งแรง คอคล้ายกับแกะตัวเมีย มีเหนียง
ส่วนหน้า (Forequarters)
กระดูกหัวไหล่ยาว กว้าง ที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ และอยู่ค่อนไปทางข้างหลัง กระดูกหัวไหล่นี้จะมีความยาวเกือบเท่ากับความยาวของกระดูกขาท่อนบน และกระดูกจะต้องอยู่ในมุมได้อย่างถูกต้อง ขาหน้าแข็งแรง และเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ ข้อศอกอยู่ในตำแหน่งที่ใกล้กับลำตัว เมื่อมองจากด้านหน้า ตำแหน่งของขาหน้าจะกว้างออกได้อย่างชัดเจน และตั้งฉากกับพื้นดิน กระดูกที่ติดกับกระดูกขาท่อนล่างของขาหน้านั้นจะสั้น แข็งแรง ตั้งตรง และมีความยืดหยุ่นได้เป็นอย่างดี เมื่อมองจากด้านข้าง กระดูกที่ติดกับกระดูกขาท่อนล่างของขาหน้านี้เกือบจะตั้งตรง
ข้อบกพร่อง: มีไหล่สูงหรือตั้งเกินไป ข้อศอกบิดงออย่างชัดเจน หรือติดกันจนเกินไป ขาในส่วนที่ต่อจากกระดูกขาท่อนล่างของขาหน้าจะอยู่ในระดับต่ำเกินไป ข้อเท้าสูง นิ้วเท้าหลบใน หรือโผล่ออกมามากเกินไป
ลำตัว (Body)
ลำตัวใหญ่ กว้าง และมีลักษณะกลมและลึกลงมาตลอดลำตัวจนถึงบริเวณอก เพื่อใช้เป็นพื้นที่สำหรับหัวใจและปอด แต่ความกว้างของช่วงอกควรมีสัดส่วนที่พอดีกับความลึก คือความกว้างไม่มากกว่าความลึก ช่วงอกหน้าไม่ควรขยายมากเกินกว่าหัวไหล่ซี่โครงแผ่ขยายจากกระดูกสันหลัง และไปเชื่อมกับข้อศอก ประกอบกันเป็นรูปร่างลำตัวที่ดูลึก ส่วนบนโค้งลงเล็กน้อยจากตะโพก ถึงหลัง ช่วงท้องสั้น โค้งเล็กน้อยไปถึงส่วนบนของตะโพก ตะโพกลาดลงเล็กน้อย
ช่วงหลัง (Hindquarters)
ช่วงหลังแข็งแรง เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ และมีความกว้างอย่างเหมาะสมตะโพกมีสัดส่วนดีระหว่างทั้งสองด้าน และลึกจากกระดูกเชิงกรานถึงจุดอวัยวะเพศ กระดูก และ ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อช่วงหลังสมดุลกับช่วงหน้า ขาท่อนบนหนาได้รูป เห็นกล้ามเนื้อได้อย่างชัดเจน เมื่อมองจากด้านข้างข้อเท้ามีส่วนโค้งที่ได้สัดส่วน และอุ้งเท้าหลังอยู่ในตำแหน่งดี และตั้งฉากกับพื้น เมื่อมองจากด้านหลัง อุ้งเท้าหลังตรงเป็นรูปขนาน
ข้อบกพร่อง: ช่วงหลังแคบและสั้น จากกระดูกเชิงกรานถึงอวัยวะเพศไม่มีกล้ามเนื้อ ข้อต่อตรงหรือเป็นเหลี่ยมมุมมากเกินไป ข้อเท้าเหมือนข้อเท้าวัว ขางอ
เท้า (Feet)
เท้ากลม มีสัดส่วนเหมือนสุนัขทั่วไป นิ้วเท้าโค้งคุ้มได้ขนาด อุ้งเท้าแข็งแรง และรองรับกันดี นิ้วเล็บส่วนเกิน(นิ้วติ่งหรือนิ้วหัวแม่มือ) อาจจะถูกกำจัดออกไปก็ได้
ข้อบกพร่อง: เท้าแบะ
หาง (Tail)
หางอยู่ในตำแหน่งที่ต่อมาจากส่วนบน และเรียวลงล่าง เมื่อสุนัขอยู่ในอารมณ์ที่เป็นปกติ หางจะชี้ลงอยู่ในตำแหน่งระดับข้อเท้า เมื่อสุนัขเคลื่อนไหว หางจะอยู่ในระดับเส้นหลัง เมื่อสุนัขอยู่ในอาการตื่นเต้น หางจะยกขึ้น แต่ไม่ม้วนมากจนถึงหลัง
ข้อบกพร่อง: หางยาวกว่าระดับข้อเท้า
ข้อบกพร่องที่ร้ายแรง: หางม้วน หางงอ
ข้อห้ามที่ทำให้หมดสิทธิ์: หางพุ่ม
ขน (Coat)
ขนมีลักษณะเป็นเส้นตรง สั้น เรียบติดตัว เป็นเงางาม เรียบ ละเอียด และการจัดวางของเส้นขนจะหยาบเพียงพอสำหรับที่จะป้องกันผิวหนังได้
ข้อบกพร่อง: ขนงอหยิก ม้วนเป็นคลื่น ขนบางไม่หนา
ข้อบกพร่องที่ร้ายแรง: ขนยาว
สี (Color)
สุนัขพันธุ์นี้จะออกมาในหลากหลายสีสัน จากสีครีมไปจนถึงสีดำ รวมทั้งเฉดสีน้ำตาลแกมเหลืองและสีแดง ลายเสือรูปแบบของลายซึ่งเราอาจจะเห็นในหลายๆเฉดสี ก็ยังเป็นที่น่าจับตาเป็นพิเศษ แต่ละสียังมีความแตกต่างกันอย่างมากมาย
ความสูงและน้ำหนัก (Height and Weight)
อเมริกันพิทบูลควรมีความแข็งแรงและความว่องไว ดังนั้นน้ำหนักและส่วนสูงไม่ค่อยจะมีความสำคัญซักเท่าไหร่ สัดส่วนที่พอดีของน้ำหนักและส่วนสูงนั้น น้ำหนักสำหรับสุนัขตัวผู้(ที่โตเต็มที่แล้ว) อยู่ระหว่าง35-60ปอนด์ น้ำหนักสำหรับตัวเมีย (ที่โตเต็มที่แล้ว) จะอยู่ระหว่าง30-50ปอนด์ หากสุนัขที่มีน้ำหนักไม่อยู่ในเกณฑ์นี้ก็ไม่เป็นไร แต่ว่าจะต้องไม่ผอมจนเกินไป หรือมีสัดส่วนน้ำหนักและส่วนสูงที่มากเกินไป
ท่าทางการเดินและการวิ่ง (Gait)
อเมริกันพิทบูลเคลื่อนไหวด้วยความว่องไว มั่นใจ แสดงให้เห็นถึงความคาดหวังที่จะพบกับสิ่งใหม่ๆและน่าตื่นเต้น เวลาเดินเหยาะๆ ท่าเดินจะเรียบและมั่นคง เมื่อเคลื่อนไหว เส้นหลังคงระดับความโค้งเล็กน้อย แสดงถึงความอ่อนโยน เมื่อมองจากทุกด้าน ขามีการประสานกันเป็นอย่างดี เมื่อเร่งความเร็วขึ้น ขาจะเบนเข้าหากันที่จุดศูนย์กลางอย่างสมบูรณ์
ข้อบกพร่อง: ขาเคลื่อนไหวไม่สัมพันธ์กัน ย่างก้าวของขามากเกินไป ขาพันกันไปมา ขาหลังเคลื่อนไหวใกล้หรือเกือบเตะขาหน้า การวิ่งหรือเดินที่เอียงข้าง
ข้อห้ามในการตัดสิน (Disqualifications)
โมโหร้าย หรือมีความขี้อายมาก หูหนวกข้างเดียวหรือทั้งสองข้าง หางพู่ สุนัขเผือก
ข้อสังเกต แม้ว่าความก้าวร้าวเป็นลักษณะหนึ่งของสายพันธุ์นี้ ผู้เลี้ยงควรทำตามนโยบาย/คำแนะนำของยูเคซี เนื่องจากยูเคซีมีประสบการณ์ถึงความขี้โมโหของสุนัขสายพันธุ์นี้เป็นอย่างดี
มาตรฐานสายพันธุ์อย่างเป็นทางการในแบบฉบับของยูเคซี (Official U.K.C. Breed Standard)
ฉบับปรับปรุงใหม่ 1 ตุลาคม 2543 (Revised October1, 2000)
ประวัติของสุนัขพันธุ์อเมริกันพิทบูล
ในช่วงศตวรรษที่19 ผู้ที่นิยมสุนัขในประเทศอังกฤษ ไอร์แลนด์ และสก๊อตแลนด์ ได้เริ่มที่จะผสมข้ามสายพันธุ์ระหว่างบูลด๊อกตัวที่เหนียวที่สุดกับ สุนัขเทอร์เรียตัวที่กล้าหาญ ที่สุด และดีที่สุดเข้าด้วยกัน ผลจากการผสมข้ามสายนี้ในไม่ช้าก็รู้กันว่าพวกมันคือ สุนัข บูล แอนด์ เทอร์เรีย(Bull-and-Terrier) หรือพวกมันก็คืออเมริกันพิทบูลนั่นเอง เพื่อต้องการที่ จะได้สุนัขที่มีลักษณะของการล่าเหยื่อ(เกมส์)ของสุนัขพันธุ์เทอร์เรีย กับ ความแข็งแกร่ง และความปราดเปรียวที่เหมือนกับสุนัขพันธุ์บูลด๊อก ผลที่ออกมานั้นก็คือสุนัขที่ประกอบไป ด้วยความเป็นนักสู้ผู้ยิ่งใหญ่ แข็งแรง ทรหด อดทน และอ่อนโยนกับคนที่มันรัก ผลของ การอพยพปรากฏว่ามีคนได้นำสุนัข บูล แอนด์ เทอร์เรีย นี้ไปยังประเทศสหรัฐอเมริกา ผู้คนที่เป็นเกษตรกรและเจ้าของฟาร์มปศุสัตว์ได้มองเห็นความสามารถ ของสุนัขพันธุ์ อเมริกันพิทบูลและได้ใช้มันในการปกป้องทรัพย์สิน
เป็นสุนัขที่ใช้สำหรับการไล่ล่า ต้อนฝูง ปศุสัตว์(วัว หมู) รวมทั้งเลี้ยงเอาไว้เป็นเพื่อนสมาชิกในครอบครัว ปัจจุบันนี้สุนัขพันธุ์อเมริกัน พิทบูลแสดงความสามารถได้ในหลากหลายด้านด้วยกัน อย่างเช่นการฝึกให้ เชื่อฟังคำสั่ง ความสามารถในการสะกดรอย การแข่งขันเรื่องของความเร็ว (Agility) เป็นสุนัขอารักขา ความเฉลียวฉลาดในการทำกิจกรรมที่เกี่ยวกับสายพันธุ์นี้โดยเฉพาะเช่น การลากน้ำหนัก
ยูไนเต็ด เคนนัล คลับ (ยูเคซี) เป็นผู้ขึ้นทะเบียนสุนัขพันธุ์อเมริกันพิทบูลเป็นรายแรก โดยที่ ซี แซท เบ็นเน็ทท์เป็น ผู้ก่อตั้งยูไนเต็ด เคนนัล คลับ(ยูเคซี) เขาได้มอบหมายให้ ยูเคซี เป็นผู้ที่จดทะเบียนเป็นรายแรกโดยการนำพิทบูลของตนเองมากำหนดเป็นมาตรฐาน ภายใต้ชื่อ เบ็นเน็ทท์ ริง ในปี 1898
รูปร่างลักษณะทั่วไป(General Appearance)
สุนัขพันธุ์อเมริกันพิทบูล มีขนาดรูปร่างปานกลาง มีสัดส่วนที่พอดี ขนสั้นเรียบ เป็นมันเงางามและมีกล้ามเนื้อที่เด่นชัดมาก สุนัขสายพันธุ์นี้เต็มไปด้วยพละกำลังและมีความปราดเปรียวเป็นอย่างมาก และมีรูปร่างที่ค่อนข้างยาวกว่าส่วนสูง แต่ตัวเมียอาจมีรูปร่างที่ยาวกว่าตัวผู้ ความยาวของขาหน้า(วัดจากข้อศอกถึงพื้น) ประมาณครึ่งหนึ่งของความสูงของสุนัขทั่วไป หัวมีความยาวปานกลาง กว้าง ส่วนกะโหลกนั้นจะแบนเรียบและค่อนข้างจะกว้าง ประกอบด้วยขากรรไกรที่แข็งแรงและกว้างใหญ่ หูจะมีขนาดที่เล็กจนถึงปานกลาง หูตั้ง และบางทีก็อาจจะมีลักษณะที่เป็นธรรมชาติ(ไม่ได้ตัดหู) หรืออาจจะตัดหูหรือไม่ตัดหูก็ได้ หางสั้นชี้ลง โคนหางใหญ่ และเรียวเล็กลงไปถึงปลายหาง อเมริกันพิทบูลมีทุกสี และมีทุกลาย สุนัขพันธุ์นี้จะต้องปรากฏให้เห็นถึงความแข็งแกร่ง กระฉับกระเฉง สง่างามและไม่ควรที่จะเทอะทะมากไปจนกล้ามเนื้อทั้งหลายขัดขวางต่อการเคลื่อนไหวของร่างกาย ความสมดุลนั้นควรจะมีสัดส่วนที่เหมาะสมต่อกันและกัน สุนัขพันธุ์นี้ไม่ควรที่จะผอมจนเห็นกระดูก
บุคลิกลักษณะ (Characteristics)
ลักษณะเฉพาะของสุนัขพันธุ์อเมริกันพิทบูลก็คือ ความแข็งแกร่ง มีความเชื่อมั่นในตัวของมันเอง และมีชีวิตที่กระหายใคร่รู้ต่อทุกสิ่งที่อยู่รอบๆตัวมัน สุนัขพันธุ์นี้ชอบให้คนดูแลเอาใจใส่ และมีความกระตือรือร้นมาก สุนัขพันธุ์อเมริกันพิทบูลเป็นเพื่อนกับทุกคนที่อยู่ในครอบครัวได้เป็นอย่างดี และมีความรักเด็ก เนื่องจากสุนัขพันธุ์นี้ ส่วนใหญ่มักจะแสดงความก้าวร้าวกับสุนัขทั่วไป และด้วยความแข็งแรงที่แสดงให้เห็นถึงการมีพละกำลังในรูปร่างของพวกมัน ดังนั้นสุนัขสายพันธุ์นี้จึงต้องการเจ้าของที่สามารถอบรมหรือฝึกให้เชื่อฟังคำสั่งได้ ธรรมชาติของสุนัขพันธุ์นี้มีความปราดเปรียว กระฉับกระเฉงโดยธรรมชาติ ความว่องไวของสุนัขพันธุ์นี้ทำให้พวกมันเป็นหนึ่งในสุนัขที่มีความสามารถในการปีนข้ามรั้ว อเมริกันพิทบูลไม่เหมาะที่จะเลือกไว้เป็นสุนัขอารักขา(Guard dog) เนื่องจากพวกมันค่อนข้างมีอัธยาศัยที่ดีกับคนแปลกหน้า นิสัยดุดันกับคนไม่ใช่บุคลิกลักษณะของพวกมัน สุนัขพันธุ์นี้มีความสามารถในหลากหลายด้าน เพราะมีความฉลาดมากเป็นพิเศษ รวมทั้งความกระตือรือร้นในการที่จะทำงาน สุนัขพันธุ์อเมริกันพิทบูลมีความสามารถในการทำสิ่งต่างๆได้เป็นอย่างดี หากแต่ว่าข้อบกพร่องของสุนัขสายพันธุ์นี้ ได้ตัดคะแนนความนิยมและความสามารถของมัน
หัว (Head)
หัวของสุนัขอเมริกันพิทบูลนับได้ว่ามีเอกลักษณ์ที่โดดเด่น หัวของอเมริกันพิทบูลจะต้องมีกะโหลกใหญ่ และกว้าง ซึ่งให้ความรู้สึกได้ถึงความมีพละกำลังที่แข็งแรง แต่ว่าหัวของสุนัขพันธุ์นี้ไม่ได้สัดส่วนกับขนาดรูปร่างของมัน เมื่อมองดูจากด้านหน้า หัวของอเมริกันพิทบูลจะมีลักษณะคล้ายลิ่ม กว้าง ทู่ แต่เมื่อมองดูจากด้านข้าง กะโหลกและปากของมันจะขนานกัน และมีตำแหน่งจรดกันที่จุดลึกปานกลาง มีส่วนเว้าบนขอบเบ้าตา(รอยเว้าแหว่งมีได้เฉพาะบริเวณข้างลูกตา) แต่ไม่เด่นมาก หัวมีส่วนประกอบที่ชัดเจน ผสมผสานกับความแข็งแกร่ง ได้อย่างสวยงามซึ่งเป็นบุคลิกลักษณะเฉพาะตัว
หัวกะโหลก (Skull)
กะโหลกที่ใหญ่ แบน หรือค่อนข้างกลม ลึก และกว้างระหว่างตา เมื่อมองจากข้างบน กะโหลกจะเรียวไปด้านหน้า กล้ามเนื้อที่แก้มเห็นได้อย่างเด่นชัด แต่จะต้องไม่มีรอยเหี่ยวย่นบนหน้าผาก เมื่อใดที่สุนัขพันธุ์นี้อยู่ในระหว่างใจจดใจจ่อ(ตั้งใจ) รอยย่นจะปรากฏขึ้นบนหน้าผากได้ ซึ่งถือว่าเป็นเอกลักษณ์ที่น่าสนใจของสุนัขสายพันธุ์นี้
ปาก (Muzzle)
ปากกว้างและลึก โดยมีความเรียวเล็กน้อยที่ปลายจมูก และลาดลงเล็กน้อยใต้ตา ความยาวของปากสั้นกว่าความยาวของกะโหลก ในอัตราส่วนประมาณ2:3ที่ซึ่งขนานกัน เส้นบนของปากเป็นเส้นตรง ส่วนกรามล่างนั้นจะกว้างและลึก ริมฝีปากสะอาดและตึง
ข้อบกพร่อง (Faults) ปากแหลมเหมือนปากนก ปากเล็ก และกรามล่างไม่แข็งแรง
ฟัน (Teeth)
อเมริกันพิทบูลมีฟันที่สมบูรณ์ในช่วงระยะห่างที่เท่ากัน ฟันขาวที่สบกันแบบกรรไกร
ข้อบกพร่อง(Faults): ฟันบนและล่างไม่สบกันแบบกรรไกรกัน
ข้อบกพร่องที่ร้ายแรง(Serious Faults): ฟันล่างยื่นล้ำฟันบนออกมาหรือฟันบนยื่นล้ำฟันล่างออกมามากเกินไป (Undershot or Overshot) ปากเบี้ยว ฟันขาด (ไม่ครบชุด)
จมูก (Nose)
จมูกใหญ่และมีรูจมูกที่กว้าง อาจมีจมูกได้หลายสี
ตา (Eyes)
ตามีขนาดปานกลาง มีชีวิตชีวา กลมเหมือนถั่วอัลมอนด์ ตาอยู่ในตำแหน่งดี ต่ำกว่ากะโหลก ตาทุกสียอมรับได้ ยกเว้นตาสีฟ้า ที่ซึ่งถือว่าเป็นข้อบกพร่องที่ร้ายแรง และไม่ควรมองเห็นเยื่อของเปลือกตาที่ปลิ้นออกมา
ข้อบกพร่อง: ตาสีฟ้า
ข้อบกพร่องที่ร้ายแรง: ตาโปน ตาทั้งสองข้างคนละสี ตาสีฟ้า
หู (Ears)
ใบหูที่ระวังระไวและมีชีวิตชีวานั้นจะตั้งสูง อาจจะตัดหูหรือไม่ตัดหูก็ได้แล้วแต่ความชื่นชอบของแต่ละบุคคล ถ้าหูเป็นแบบธรรมชาติที่ซึ่งไม่ได้ตัดหูนั้น อาจจะพับครึ่งลงมาหรืออาจจะตั้งตรง หรือแบนเรียบ สำหรับหูที่กว้างเกินไปไม่เป็นที่ต้องการ
คอ (Neck)
คอมีความยาวปานกลาง แข็งแรงและเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ เป็นเส้นโค้งพอเหมาะบรรจบกับหลัง คอค่อยๆกว้างออกจากจุดเชื่อมกะโหลกไปถึงไหล่ มีขนคอที่แน่นตึง ไม่มีเหนียง
ข้อบกพร่อง: คอสั้นมากและหนา คอเล็กหรือไม่แข็งแรง คอคล้ายกับแกะตัวเมีย มีเหนียง
ส่วนหน้า (Forequarters)
กระดูกหัวไหล่ยาว กว้าง ที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ และอยู่ค่อนไปทางข้างหลัง กระดูกหัวไหล่นี้จะมีความยาวเกือบเท่ากับความยาวของกระดูกขาท่อนบน และกระดูกจะต้องอยู่ในมุมได้อย่างถูกต้อง ขาหน้าแข็งแรง และเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ ข้อศอกอยู่ในตำแหน่งที่ใกล้กับลำตัว เมื่อมองจากด้านหน้า ตำแหน่งของขาหน้าจะกว้างออกได้อย่างชัดเจน และตั้งฉากกับพื้นดิน กระดูกที่ติดกับกระดูกขาท่อนล่างของขาหน้านั้นจะสั้น แข็งแรง ตั้งตรง และมีความยืดหยุ่นได้เป็นอย่างดี เมื่อมองจากด้านข้าง กระดูกที่ติดกับกระดูกขาท่อนล่างของขาหน้านี้เกือบจะตั้งตรง
ข้อบกพร่อง: มีไหล่สูงหรือตั้งเกินไป ข้อศอกบิดงออย่างชัดเจน หรือติดกันจนเกินไป ขาในส่วนที่ต่อจากกระดูกขาท่อนล่างของขาหน้าจะอยู่ในระดับต่ำเกินไป ข้อเท้าสูง นิ้วเท้าหลบใน หรือโผล่ออกมามากเกินไป
ลำตัว (Body)
ลำตัวใหญ่ กว้าง และมีลักษณะกลมและลึกลงมาตลอดลำตัวจนถึงบริเวณอก เพื่อใช้เป็นพื้นที่สำหรับหัวใจและปอด แต่ความกว้างของช่วงอกควรมีสัดส่วนที่พอดีกับความลึก คือความกว้างไม่มากกว่าความลึก ช่วงอกหน้าไม่ควรขยายมากเกินกว่าหัวไหล่ซี่โครงแผ่ขยายจากกระดูกสันหลัง และไปเชื่อมกับข้อศอก ประกอบกันเป็นรูปร่างลำตัวที่ดูลึก ส่วนบนโค้งลงเล็กน้อยจากตะโพก ถึงหลัง ช่วงท้องสั้น โค้งเล็กน้อยไปถึงส่วนบนของตะโพก ตะโพกลาดลงเล็กน้อย
ช่วงหลัง (Hindquarters)
ช่วงหลังแข็งแรง เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ และมีความกว้างอย่างเหมาะสมตะโพกมีสัดส่วนดีระหว่างทั้งสองด้าน และลึกจากกระดูกเชิงกรานถึงจุดอวัยวะเพศ กระดูก และ ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อช่วงหลังสมดุลกับช่วงหน้า ขาท่อนบนหนาได้รูป เห็นกล้ามเนื้อได้อย่างชัดเจน เมื่อมองจากด้านข้างข้อเท้ามีส่วนโค้งที่ได้สัดส่วน และอุ้งเท้าหลังอยู่ในตำแหน่งดี และตั้งฉากกับพื้น เมื่อมองจากด้านหลัง อุ้งเท้าหลังตรงเป็นรูปขนาน
ข้อบกพร่อง: ช่วงหลังแคบและสั้น จากกระดูกเชิงกรานถึงอวัยวะเพศไม่มีกล้ามเนื้อ ข้อต่อตรงหรือเป็นเหลี่ยมมุมมากเกินไป ข้อเท้าเหมือนข้อเท้าวัว ขางอ
เท้า (Feet)
เท้ากลม มีสัดส่วนเหมือนสุนัขทั่วไป นิ้วเท้าโค้งคุ้มได้ขนาด อุ้งเท้าแข็งแรง และรองรับกันดี นิ้วเล็บส่วนเกิน(นิ้วติ่งหรือนิ้วหัวแม่มือ) อาจจะถูกกำจัดออกไปก็ได้
ข้อบกพร่อง: เท้าแบะ
หาง (Tail)
หางอยู่ในตำแหน่งที่ต่อมาจากส่วนบน และเรียวลงล่าง เมื่อสุนัขอยู่ในอารมณ์ที่เป็นปกติ หางจะชี้ลงอยู่ในตำแหน่งระดับข้อเท้า เมื่อสุนัขเคลื่อนไหว หางจะอยู่ในระดับเส้นหลัง เมื่อสุนัขอยู่ในอาการตื่นเต้น หางจะยกขึ้น แต่ไม่ม้วนมากจนถึงหลัง
ข้อบกพร่อง: หางยาวกว่าระดับข้อเท้า
ข้อบกพร่องที่ร้ายแรง: หางม้วน หางงอ
ข้อห้ามที่ทำให้หมดสิทธิ์: หางพุ่ม
ขน (Coat)
ขนมีลักษณะเป็นเส้นตรง สั้น เรียบติดตัว เป็นเงางาม เรียบ ละเอียด และการจัดวางของเส้นขนจะหยาบเพียงพอสำหรับที่จะป้องกันผิวหนังได้
ข้อบกพร่อง: ขนงอหยิก ม้วนเป็นคลื่น ขนบางไม่หนา
ข้อบกพร่องที่ร้ายแรง: ขนยาว
สี (Color)
สุนัขพันธุ์นี้จะออกมาในหลากหลายสีสัน จากสีครีมไปจนถึงสีดำ รวมทั้งเฉดสีน้ำตาลแกมเหลืองและสีแดง ลายเสือรูปแบบของลายซึ่งเราอาจจะเห็นในหลายๆเฉดสี ก็ยังเป็นที่น่าจับตาเป็นพิเศษ แต่ละสียังมีความแตกต่างกันอย่างมากมาย
ความสูงและน้ำหนัก (Height and Weight)
อเมริกันพิทบูลควรมีความแข็งแรงและความว่องไว ดังนั้นน้ำหนักและส่วนสูงไม่ค่อยจะมีความสำคัญซักเท่าไหร่ สัดส่วนที่พอดีของน้ำหนักและส่วนสูงนั้น น้ำหนักสำหรับสุนัขตัวผู้(ที่โตเต็มที่แล้ว) อยู่ระหว่าง35-60ปอนด์ น้ำหนักสำหรับตัวเมีย (ที่โตเต็มที่แล้ว) จะอยู่ระหว่าง30-50ปอนด์ หากสุนัขที่มีน้ำหนักไม่อยู่ในเกณฑ์นี้ก็ไม่เป็นไร แต่ว่าจะต้องไม่ผอมจนเกินไป หรือมีสัดส่วนน้ำหนักและส่วนสูงที่มากเกินไป
ท่าทางการเดินและการวิ่ง (Gait)
อเมริกันพิทบูลเคลื่อนไหวด้วยความว่องไว มั่นใจ แสดงให้เห็นถึงความคาดหวังที่จะพบกับสิ่งใหม่ๆและน่าตื่นเต้น เวลาเดินเหยาะๆ ท่าเดินจะเรียบและมั่นคง เมื่อเคลื่อนไหว เส้นหลังคงระดับความโค้งเล็กน้อย แสดงถึงความอ่อนโยน เมื่อมองจากทุกด้าน ขามีการประสานกันเป็นอย่างดี เมื่อเร่งความเร็วขึ้น ขาจะเบนเข้าหากันที่จุดศูนย์กลางอย่างสมบูรณ์
ข้อบกพร่อง: ขาเคลื่อนไหวไม่สัมพันธ์กัน ย่างก้าวของขามากเกินไป ขาพันกันไปมา ขาหลังเคลื่อนไหวใกล้หรือเกือบเตะขาหน้า การวิ่งหรือเดินที่เอียงข้าง
ข้อห้ามในการตัดสิน (Disqualifications)
โมโหร้าย หรือมีความขี้อายมาก หูหนวกข้างเดียวหรือทั้งสองข้าง หางพู่ สุนัขเผือก
ข้อสังเกต แม้ว่าความก้าวร้าวเป็นลักษณะหนึ่งของสายพันธุ์นี้ ผู้เลี้ยงควรทำตามนโยบาย/คำแนะนำของยูเคซี เนื่องจากยูเคซีมีประสบการณ์ถึงความขี้โมโหของสุนัขสายพันธุ์นี้เป็นอย่างดี
วันพุธที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2555
ความพยายามอยู๋ที่ไหนความสำเร็จอยู่ที่นั่น
วันนี้เป็นวันพุธ ทุกวันพุธฉันมีเรียนสองวิชา วิชาแรกคืออินเตอร์เน็ตและการสื่อสารในชีวิตประจำวัน วิชาที่ต่อไปเรียน ITA และอินเตอร์เน็ตเรียน10.30-12.00 ต่อด้วย ITA 13.00-14.40 น. เล่าให้ใครทุกคนบอกเสียงเดียวกันหมดว่าย้ายเถอะ ย้ายกลุ่มเรียนอินเตอร์เน็ต อาจารย์ hemmarat โหดนะ แม้กระทั่งตัวอาจารย์เองก็เคยพูดในห้องเรียนว่าถ้าใครไม่มีความรับผิดชอบพอให้ย้ายเถอะ แต่ขอโทษนะค่ะดิฉันเป็นคนชอบความท้าทาย อย่างเช่นวันนี้ อาจารย์สั่งให้ทำงานชิ้นที่สองส่งซึ่งมันก็ไม่ได้ยากมากมายอะไร แต่ติดตรงที่ฉันไม่มีเวลาเพราะมีเรียนต่อ ฉันจึงนั่งทำวิชานี้ในชั่วเรียน ITA อาจารย์บอกให้ทำบทความส่งอย่างน้อย3บทความ ถ้าใครทำมากกว่าที่ส่งมาจะได้คะแนนเยอะกว่า ซ7jงบทความนี้ก็เป็นบทความที่4ของฉัน และเวลาส่งงานก็ใกล้จี้คอเข้ามาแล้ว ฉํนก็หวังว่าอาจารย์คงจะเห็นถึงความพยายามและความตั้งใจของฉัน ฉันก็ได้แต่หวังว่าคะแนนที่ออกมาคงจะได้เต็ม เพราะอาจารย์ผู้สอนของฉันน่าร็อคอ่ะ ^^
เหงา
เวลาเหงาๆฉันจะชอบอยู๋คนเดียว ชอบอยู๋กัยตัวเองมากกว่าการที่จะไปอยู่กับเพื่อนฝูง ฉันเลือกที่จะฟังเพลงคนเดียวหรือเล่นกับน้องหมาที่ฉันรัก กิจกรรมพวกนี้จะสามรถทำให้ฉันหายเหงาไปได้โดยปริยาย เพลงที่ฟังก็มีหลายแนวขึ้นอยู๋กับอารมณ์ แต่เพลงที่เปิดฟังตลอดๆที่เข้า youtube ก็มีไม่กี่เพลงเลยอยากมาแนะนำเพื่อนๆดูนะค่ะ
when you're Gone ของ Avril Lavigne
my happy ending ของ Avril Lavigne
Girlfriend ของ Avril Lavigneloveme lovemydog!!
มนุษย์ทุกคนต้องมีเพื่อน คนทุกคนจะอยู่บนโลกคนเดียวไม่ได้และจะไม่สามารถทำอะไรสำเร็จโดยตัวคนเดียวได้เสมอไป ทุกคนโตมาในครอบครัวที่ต่างกันลูกเลี้ยงมาไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้นการที่จะชอบอะไรที่เหมือนกันหมดคงไม่มีแน่นอน และการมีแฟนไม่ใช่เรื่องที่แย่ถ้าเรารู้จักที่จะคบกัน และไม่ทำอะไรที่เสื่อมเสียต่อชื่อเสียงวงศ์ตระกลู เช่นเดียวกับตัวฉันก็มีแฟน และแฟนฉันเขาคนนั้นต้องเป็นคนที่จิตใจดี และที่สำคัญต้องรักสุนัขด้วย ถึงจะไปด้วยกันได้ และเขาคนนั้นก็เป็นแบบนั้นจริงๆ น่าร็อคอ่ะ
ไอ้ตูบ น่าร็อคอ่ะ
โกลเดน รีทริฟเวอร์ เลี้ยงไม่ยากนะค่ะ มันแค่ต้องการการดูแลรักษาน้อย เพียงแค่ อาบน้ำและแปรงขนอาทิตย์ละครั้งก็เป็นการเพียงพอแล้ว เป็นหมาที่ออกจะเซอๆ ลุยๆหน่อย มีความเป็นตัวของตัวเองสูง และหล่อสวยแบบเป็นธรรมชาติ ออกจะแข็งแรง มีพลังงานสูง กระปี้กระเปร่า ฉลาดเฉลียวแต่ไม่เจ้าเล่ห์ สุขุม ชอบอยู่ร่วมกับคน รักเจ้าของ และชอบน้ำเป็นพิเศษ เวลาอาบน้ำคือความสุขของทั้งตัวเขาและเจ้าของ บางครั้งจะแอบไปนั่งแช่ในน้ำหรือในที่อื่นๆที่มีน้ำให้ลงไปทั้งตัวได้เช่นในอ่างบัวด้วยบ่อยๆ เป๊นไงล่ะอยากเลี้ยงแล้วใช่มะ น่ารักอ่ะดิ๊ ก็บอกแล้วว่า โกลเด้นน่าร็อคอ่ะ ^^
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)


























